พุทธรักษา2

ตั้งแต่มีการกำหนดให้วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันพ่อแห่งชาติขึ้นมาครั้งแรกในปี พ.ศ. 2523 ก็ได้มีการกำหนดให้ดอกพุทธรักษาสีเหลือง เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ประจำวันพ่อขึ้นมาพร้อมกัน (more…)

page_14

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          รู้หรือไม่ว่าต้นไม้แต่ละต้นที่จะหยิบมาปลูกไว้ในบ้าน หรือรอบ ๆ บ้าน ก็มีอิทธิพลต่อบ้านและผู้อยู่อาศัยแตกต่างกันออกไป แต่บางครั้งการเลือกต้นไม้มาปลูกในบ้านนอกจากจะเลือกพันธุ์ที่ชอบแล้ว ก็ยังมีวิธีเลือก ต้นไม้มงคลตามราศี ที่จะช่วยเสริมให้เกิดเรื่องดี ๆ ในชีวิตด้วย เพราะแต่ละราศีก็มีต้นไม้ที่จะช่วยเสริมโชคลาภแตกต่างกันออกไป หากใครอยากรู้เพื่อที่จะได้เลือกต้นไม้ที่ถูกกับราศีตัวเองไปปลูกแล้วล่ะก็ วันนี้กระปุกดอทคอมจึงได้นำต้นไม้มงคลตามราศีมาแบ่งปันกัน ใครเกิดราศีไหน ก็ตามไปอ่านราศีนั้นได้เลยจ้า
(more…)

มะขาม Tamaridus indica

หวานๆ มะขามเปรี้ยว เพราะแค่มีมะขามเปรี้ยว 4-5 ต้น ข้างรั้วบ้าน ชีวิตก็หวานๆ มีมะขามไว้กิน แจกเพื่อน และขายได้ราคาดี เป็นที่ต้องการของตลาดมากกว่ามะขามหวานเสียอีก

ร้อนๆ เวลาของการเก็บมะขามเริ่มขึ้นแล้ว มะขามต้นใหญ่มีอายุยืนยาวและยังมีต้นเล็กๆ ที่เพิ่งงอกออกมาเป็นทิวรอบบ้าน ที่เกิดจากเมล็ดพันธุ์ของต้นใหญ่ เพราะเมล็ดและเปลือกจะถูกทิ้งทับถมไว้ข้างรั้วบ้าน ถึงวันนี้ยังมีต้นมะขามเล็กๆ ขึ้นมาเรื่อยๆ เมล็ดถูกทิ้งลงตรงไหน ก็จะได้ต้นเล็กๆ ตรงนั้น เราขุดใส่ถุงดำ ใส่กระถาง วางเรียงไว้สำหรับคนที่มาเยี่ยมบ้านและต้องการต้นมะขามไปปลูก บางครั้งก็สำหรับงานศพที่เจ้าภาพไม่ต้องการพวงหรีด แต่ขอเป็นกล้าไม้สำหรับเอาไปให้วัดให้โรงเรียนปลูก ก็ได้ต้นมะขามนี่แหละ ประหยัดเงินไปได้เยอะ ไม่ต้องไปหาซื้อกล้าไม้ (more…)

ว่านเพชรหึง4

ว่านเพชรหึง  ชื่อสามัญ Leopard Flower

ว่านเพชรหึงเป็นกล้วยไม้ซึ่งถือได้ว่าเป็นกล้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นกล้วยไม้ประเภทแตกกอ มีระบบรากอากาศ และมีลำต้นสูง อาจสูงถึงกว่า 3 เมตร ลำต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3-5 ซม. ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับกันบนลำต้น ใบกว้างราว 3 เซนติเมตร ยาวราว 60 เซนติเมตร ใบอ่อน โค้งลงด้านล่าง ใบเมื่อแก่จัดจะร่วงหลุดไปจากลำต้นทิ้งรอยแผลเป็นไว้เป็นระยะๆ (more…)

ไผ่สีสุก

ต้นไม้มงคลกับการเสริมบารมีเพิ่มความสุขสมหวังตลอดชีวิต

ตามความเชื่อของคนโบราณนั้นการปลูกต้นไม้มงคลภายในบ้าน จะให้คุณค่าทางจิตใจที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละชนิด ส่วนมากจะเป็นเรื่องของการเสริมบารมีทำให้ชีวิตตนและครอบครัวนั้นราบรื่น อยู่เย็นเป็นสุข วันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับคุณค่าของต้นไม้มงคลที่นิยมปลูกไว้ภายในบ้านกันครับ (more…)

มะขาม Tamaridus indica

มะขาม

มะขาม Tamaridus indica

มะขาม Tamaridus indica

มะขาม ผลไม้เขตร้อน มะขาม ภาษาอังกฤษ คือ Tamarind ส่วนมะขามชื่อวิทยา ศาสตร์จะใช้คำว่า Tamarindus indica Linn. มะขาม มีต้นดำเนิดในทวีฟแอฟริกา ต่อมามีการนำเข้ามาปลูกในแถบเอเชียรวมทั้งไทยด้วย โดยยังเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดเพชรบูรณ์เมืองมะขามหวานด้วย และตามตำราพรหมชาติ ถือว่ามะขามเป็นไม้มงคลชนิดหนึ่ง ที่ช่วยป้องกันสิ่งเลวร้าย ผีร้ายต่างๆไม่ให้มากล้ำกลาย อีกทั้งยังเป็นต้นไม้ที่มีชื่อมลคล ถือกันเป็นเคล็ดทำให้มีคนเกรงขาม

สำหรับประโยชน์ของมะขามและสรรพคุณมะขามนั้นมีมากมาย และจัดว่าเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและยังมีสรรพคุณใช้เป็นยารักษาโรคอีกด้วย โดยในส่วนที่นำมาใช้เป็นยาจะเป็นเนื้อฝักแก่(มะขามเปียก) เปลือกของลำต้น(ทั้งสดและแห้ง) และเนื้อในเมล็ด โดยสามารถช่วยรักษาได้หลายโรค เช่น เป็นยาขับเสมหะ แก้อาการท้องเดิน บรรเทาอาการท้องผูก ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ เป็นต้น

มะขามยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อย่างวิตามินซี วิตามินบี2 วิตามินเอ ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก โปรตีน คาร์โบไฮเดรต เป็นต้น โดยมะขามที่แก่จัดนั้นเราจะเรียกว่า “มะขามเปียก” โดยมะขามหวาน 100 กรัม จะมีแคลอรี่เท่ากับ 314 แคลอรี่ มะขามหวาน (15 กรัม) 1 ฝักใหญ่ 40 แคลอรี่

ประโยชน์และสรรพคุณ 

  • ส่วนที่ใช้เป็นยา : เนื้อในฝักแก่ (มะขามเปียก) เปลือกต้น (ทั้งสดหรือแห้ง) เนื้อในเมล็ด
  • สรรพคุณและวิธีใช้
  • แก้อาการท้องผูก ใช้เนื้อฝักแก่หรือมะขามเปียก 10–20 ฝัก (หนักประมาณ 70–150 กรัม) จิ้มกับเกลือรับประทาน หรือใส่เกลือเติมน้ำคั้นดื่ม
  • แก้อาการท้องเดิน ใช้เปลือกต้น ทั้งสดหรือแห้งประมาณ 1–2 กำมือ (15–30 กรัม) ต้มกับน้ำปูนใสหรือน้ำรับประทาน
  • ถ่ายพยาธิลำไส้ ใช้เมล็ดคั่วกะเทาะเปลือกเอาออกเนื้อในเมล็ดแช่น้ำเกลือจนนุ่ม รับประทานครั้งละ 20–30 เมล็ด เหมาะสำหรับถ่ายพยาธิไส้เดือน
  • แก้ไอขับเสมหะ ใช้เนื้อในฝักแก่หรือมะขามเปียกจิ้มเกลือรับประทาน
  • การขยายพันธุ์ : นิยมขยายพันธุ์โดยการทาบกิ่ง ติดตาหรือต่อกิ่ง เพราะได้ผลเร็วและลดการกลายพันธุ์
  • สภาพดินฟ้าอากาศ : ขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิดแม้แต่ดินเลว เช่นดินลูกรัง เจริญได้ดีในดินร่วนปนดินเหนียว ทนแล้งได้ดี ฤดูปลูกที่เหมาะสม คือต้นฤดูฝน
  • ควรหาเศษหญ้าฟางคลุมโคนจนกว่าต้นจะแข็งแรง ควรฉีดยาป้องกันโรคราแป้งและแมลงพวกหนอนเจาะฝัก ด้วงเจาะเมล็ด ในระยะที่เป็นดอกอยู่
  • คุณค่าทางโภชนาการ : ยอดอ่อนและฝักอ่อนมีวิตามิน เอ มาก มะขามเปียกรสเปรี้ยว ทำให้ชุ่มคอ ลดความร้อนของร่างกายได้ดี เนื้อในฝักมะขามที่แก่จัด เรียกว่า “มะขามเปียก” ประกอบด้วยกรดอินทรีย์หลายตัว เช่น กรดทาร์ททาร์ริค กรดซิตริค เป็นต้น ทำให้ออกฤทธิ์ ระบายและลดความร้อนของร่างกายลงได้ แพทย์ไทยเชื่อว่า รสเปรี้ยวนี้จะกัดเสมหะให้ละลายได้ด้วย
  • มะขามเปียกอุดมด้วยกรดอินทรีย์ อาทิ กรดซิตริค (Citric Acid) กรดทาร์ทาริค(Tartaric Acid) หรือกรดมาลิค(Malic Acid) เป็นต้น มีคุณสมบัติชำระล้างความสกปรกรูขุมขน คราบไขมันบนผิวหนังได้ดีมาก

มะขามหวาน

ประโยชน์อื่นๆของมะขามนอกจากการใช้ทำยา

ทำยานวดผมสูตรมะขาม

  1. นำมะขามเปียกมาจำนวนหนึ่ง (มากน้อยตามความต้องการ)
  2. ผสมกับน้ำสะอาด หรือจะเป็นน้ำอุ่นก็ได้ ้
  3. ใช้มือคั้นเนื้อมะขามเพื่อให้ละลายออกผสมกับน้ำ
  4. น้ำที่ได้จะออกลักษณะเป็นเมือก (อย่าให้เหลวมาก)
  5. นำน้ำยานั้นมานวดให้ทั่วศีรษะ (นวดหลังจากสระผมแล้ว)
  6. ใช้ผ้าโพกหรือถุงพลาสติกคลุม ทิ้งไว้ ๑๕ – ๓๐ นาที

สรรพคุณจากการใช้เป็นยานวดผมมะขาม

  • ยานวดผมมะขามสามารถใช้ในการไล่เหาได้ และเมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ยังเปลี่ยนสีผมเป็นสีเมล็ดมะขามอีกด้วย เป็นการย้อมสีธรรมชาติทางหนึ่ง

วิธีทำน้ำยาอาบน้ำมะขาม

  1. นำใบมะขามมาจำนวนหนึ่ง (ยอด – อ่อนหรือแก่ก็ได้ แล้วแต่จะต้องการ)
  2. นำน้ำสะอาดใส่ในภาชนะ ปี๊บ หม้อ ฯลฯ
  3. นำขึ้นตั้งไฟ
  4. พอน้ำเริ่มเดือด ให้ใส่ใบมะขามที่เตรียมไว้ลงไป แล้วปิดฝา
  5. เคี่ยวอยู่ประมาณ ๓๐ นาที จากที่เดือดอยู่แล้ว
  6. จากนั้นลงจากเตา ปล่อยไว้ให้เย็น หรือจะใช้ผสมกับน้ำเย็น
  7. อาบน้ำยาดังกล่าว
  8. อาบอยู่ ๒ – ๓ ครั้งก็จะเห็นผล

สรรพคุณจากการใช้เป็นยาอาบน้ำมะขาม

บำรุงผิวพรรณ แก้ผดผื่นคัน และยังสามารถรักษากลากเกลื้อนอันเป็นเชื้อราตามผิวหนังได้อีกนะจ้ะ
(ภาคอีสานมักจะใช้อาบให้กับแม่ลูกอ่อน หรือคนที่เป็นตุ่มคัน และเป็นกลากเกลื้อน)

ที่มา :www.greenerald.com (ภาคต้น) วิกิพีเดีย (ภาคกลาง)

ลำต้นมะขาม

ต้นไม้พระราชทานประจำจังหวัดเพชรบูรณ์

มะขาม Tamaridus indica

ไม้มงคลนาม

ไม้มงคลที่ควรปลูกไว้ในบ้าน

ว่านมหาหงส์ ว่านทรงอำนาจวาสนา

ว่านมหาหงส์ หอม ทรงอำนาจวาสนา

ว่านมหาหงส์ ว่านทรงอำนาจวาสนา

ว่านมหาหงส์ ว่านทรงอำนาจวาสนา

ว่านมหาหงส์ จัดว่าเป็นว่านเก่าแก่ที่น่าปลูกมากต้นหนึ่ง ตามตำรากล่าวว่า ปลูกไว้เป็นสิริมงคล และเมตตามหานิยม แก่สถานที่ปลูก

เป็นว่านเสี่ยงทายสำหรับผู้ปลูก หากนำหัวพกพาติดตัวไปเป็นเสน่ห์มหานิยม หัวบดเป็นผงคลุกกับน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนกินเช้าเย็นก่อนอาหาร

แก้กษัย ไตพิการ บำรุงกำลัง และเป็นยาอายุวัฒนะชั้นเยี่ยม มหาหงส์ ยังจัดเป็นไม้ประดับที่น่าปลูกเพราะมีดอกที่หอมมาก

ปกติจะมีดอกสีขาว (ว่านมหาหงส์) แต่ในปัจจุบันมีผู้นำเอาพันธุ์มหาหงส์เข้ามาปลูกกันหลากหลายชนิด จึงมีทั้งชนิดดอกสีขาว สีขาวไส้เหลือง

สีเหลืองทองทั้งดอก สีขาวไส้แดง สีแดงอมชมพู สีโอฬส และสีแดงเข้ม แต่ละสียังมีทั้งชนิดดอกเล็กและชนิดดอกใหญ่อีกด้วย

ว่านมหาหงส์ ว่านทรงอำนาจวาสนา2

ลักษณะว่านมหาหงส์

ไม้ล้มลุก มีลำต้นเป็นหัวอยู่ใต้ดินรูปทรงกลม ทั้งด้านนอกและเนื้อใน หัวสีขาว มีกลิ่นหอมฉุน ลำต้นเทียมสีเขียวตั้งตรง

ใบเดี่ยวสีเขียวรูปขอบขนานออกเรียงสลับ ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบโค้งงอเป็นคลื่น

ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบที่ปลายยอด ดอกย่อยมีหลายสี สีขาว สีขาวแถบเหลืองตรงกลาง สีเหลืองทั้งดอกและสีแดงทั้งดอก ดอกมีกลิ่นหอมมาก

 ว่านมหาหงส์ ว่านทรงอำนาจวาสนา3

 

 

 

 

 

 

 

 

ว่านเศรษฐีเรือนนอก

ตำนานความเชื่อเรื่องว่าน

ว่านเศรษฐีเรือนนอก

ว่านเศรษฐีเรือนนอก

ว่าน เป็นพืชที่เกิดขึ้นโดยวิวัฒนาการตามธรรมชาติเช่นเดียวกับบรรดาสิ่งมีชีวิตอื่นๆ แต่มีเรื่องบอกเล่าขานกันมาตั้งแต่โบราณหลายชั่วอายุคนว่า ณ เมือง สิทธิการิยะ ยังมีฤๅษี 4 ตน มีฤทธาอานุภาพยิ่งกว่าบรรดาโยคีฤๅษีตนอื่นๆ ฤๅษีทั้ง 4 ตน นี้มีนามว่า กะวัตฤๅษี, กะวัตพันฤๅษี, สัพรัตถนาถฤๅษี, จังตังกะปิละฤๅษี

  • พระฤๅษี 2 ใน 4 ตนนี้ ได้ให้ธาตุทั้ง 4 ตั้งอยู่เป็นอธิบดีแก่บรรดาสรรพสิ่งทั้งปวง ส่วนท่านฤๅษีตนที่ 4 (จังตังกะปิละฤๅษี) ได้ตั้งบรรดากบิลว่านต่างๆ ขึ้นไว้สำหรับท้าวพระยาทั้งปวงอันรู้จักคุณพระรัตนตรัย คือ   พระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ พระสังฆรัตนะ ทั้งยังรู้จักอดกลั้นต่อบรรดาอกุศลกรรมทั้งหลายอีกด้วย ทำให้ท้าวพระยาและสมณชีพราหมณ์ทั้งปวงได้รู้จักสรรพคุณและสารประโยชน์จากว่านต่างๆ และนำไปช่วยบำบัดโรคภัยไข้เจ็บและช่วยปกป้องผองภยันตรายทุกข์ภัยต่างๆนาๆ

โดยปกติพระฤาษีหรือท่านผู้ทรงวิทยาคุณขลังต่างๆ จะพำนักอาศัยอยู่ตามป่าสูงหรือในถ้าตามภูเขา ฉะนั้นบรรดาชาวป่าชาวดอยที่มีถิ่นที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง จึงพลอยได้รับความรู้ในเรื่องว่านยาจากท่านเหล่านั้นเอง และคงรักษาความรู้ไว้ด้วยการบอกเล่าสืบทอดต่อมาจนทุกวัน การนับถืออิทธิฤทธิ์ของว่านจึงยังคงมีแพร่หลายอยู่ในหมู่บ้านชนชาวป่าชาวดอยเหล่านั้นตลอด